2007/Jul/29

ว่ากันไหมครับ สิ่งต่างๆมันเกิดมาคาบเกี่ยว ในช่วงเวลาของคนที่เกิดในปีเหล่านี้ จนอดคิดไม่ได้ว่าทำไมเราช่างโชคดีอะไรเช่นนี้ ที่ได้เกิดมาทัน แต่ใช่ว่าคนที่เกิดปี พ.ศ.ก่อนหน้าหรือหลังจากนี้จะไม่ดีนะครับ แต่บางอย่าง ก็ไม่สามารถที่จะอินกับคนยุคก่อนหน้าได้เลย เพราะตอนที่พวกเค้าเป็นเด็กมันยังไม่มี ส่วนคนที่เกิดมาหลัง เค้าก็จะไม่รู้จัก หรือมองมันเป็นอดีตไปแล้ว จะให้มาซาบซึ้งอย่างคนยุคเราคงไม่มีทาง คือมันมีดีเป็นแต่ละยุคไป แต่ยุคที่ว่านี้ แต่ละอย่างมันก็เข้ามาลงตัวจริงจริง

ในยุคที่

1.คุณเป็นรุ่นสุดท้ายที่ได้เล่น มอญซ่อนผ้า กระโดดยาง รีรีข้าวสาร เป่ากบ ฯลฯ โดยไม่ต้องไปหาดูตามงานวัด หรืองานแสดงศิลปะวัฒนธรรม

2.คุณเกิดมาร้องเพลงขอมอบดอกไม้ในสวนได้ทัน ในยุคที่พี่แจ้ นกแล นิติธัตน์ ยังดังและเมื่อโตขึ้น คุณก็ยังไม่แก่เกินไปที่จะฟังแดน บีม และฟิมล์ รัฐภูมิ

3.คุณได้เห็นคาราบาวยุคก่อนประวัติศ่าสตร์ เฟื่องฟู และเสื่อมถอย (เรเนซองค์)

4.คุณได้เห็น ก็อต จักรพันธ์ (คนเดียวกับ เจ้าชายลูกทุ่ง) ยังร้องเพลงสตริงวัยรุ่น และคณะวงดนตรีชื่อดังอย่าง แอ๊ดเทวดา (ยังติดคุก)

5.คุณเกิดมาทันพอดีในยุคที่ รองเท้าและถุงเท้านักเรียนแลกซื้อของเล่น (หลอกเด็ก) และหลังจากหมดยุคคุณ มันก็ไม่ทำมาหลอกเด็กอีกเลย

6.คุณโชคดีที่เกิดมาทันในยุคที่เมืองไทย มีดาราเด็กชื่อดังอย่าง น้องตูมตาม เพราะสามารถนำมาเปรียบเทียบ กับความน่ารักของ น้องพลับ ในยุคนี้ได้

7.คุณโตมาพร้อมกับโงกุน ดราก้อนบอล มันออกฉายทีวีครั้งแรกปี 2529 2538 หนังสือการ์ตูนอัพเดท ทุกสัปดาห์ มีพิมพ์ทุกสำนัก ไม่มีการดองเพราะยังไม่มีลิขสิทธ์ อ่านแล้วไปดูช่อง9อีกยังมันส์ ถามเด็กผู้ชายยุคนั้นไม่มีใครไม่รู้จักพลังคลื่นเต่า กินเวลา 10 กว่าปีถึงจะจบ (แต่เด็กรุ่นใหม่ใช้เวลาอ่านแค่วันเดียว)

8.สุดยอดแห่งการ์ตูนก็มีในยุคนี้ เช่น เซ็นต์เซย่า เจ็ทแมน จีบัน เกียบัน ชาลีบัน ซึบาสะ ไอ้มดแดง อุลตร้าแมน เซเลอร์มูน รันม่า1/2 ฯลฯ มันก็เข้ามาฉายตอนเราอยู่อนุบาล -ประถม แล้วพอขึ้นชั้นมัธยมมันก็ค่อยๆ หายไป (แล้วฮีโร่ของเด็กยุคนี้ล่ะ จา พนม ช้างกุอยู่ไหน)

9.คุณเกิดมาทันพอดี กับช่วงเกมกด วีดีโอเกม คอนตร้า มาริโอ พอโตขึ้น ก็ยังไม่แก่เกินไปที่จะเล่น play station X-Box และเกมส์ออนไลน์

10.จงเติมคำในช่องว่าง มดแดงกำลังเป่าปี่ มานี........................มานะชอบใจ ไม่ยากใช่ไหมสำหรับเพลงดังในยุคคุณ (ระวังเจ๊เบียบและกรุณาอย่าอิจฉาพี่มานะ)

11.ในช่วงเริ่มเข้าสู่วัยรุ่น คุณก็โตมาพร้อมกับอาร์เอส ยุคที่นักร้องอายุไล่เลี่ยกับคุณออกเทปกันให้ควั่ก และคุณยังได้เห็น ตำนานร็อค หรั่ง หินเหล็กไฟ เสือ อิทธิ ไฮร็อค ล่มสลายไปต่อหน้าต่อตา หลังการเข้ามาของเต๋า ทัช บอยเก๊าท์แก๊งใจง่าย หลังจากนั้นก็เป็นยุคทองของอาร์เอส โดยแท้จริง (แต่นั่นมันอดีต ยุคนี้เขาห้ามเอาของเกี่ยวกับอาร์เอสเข้าบ้าน)

12.หนังไทยก็ทำมาตามวัยของคุณ แล้วมันก็มีเยอะจริงๆ อนึ่งคิดถึงฯ น้ำเต้าหู้กับครูระเบียบ ปีหนึ่งเพื่อนกัน กระโปรงบานขาสั้น โลกทั้งใบ เด็กเสเพล พอคุณโตเข้าหน่อยก็มีหนังอย่าง โอเนกาทีฟ จักรยานสีแดง แล้วที่ทำมาโดนใจคนยุคนี้จริงๆ อย่างหนังแฟนฉัน และรักจัง

13.คุณโชคดีมากๆ ที่เคยร้องไห้ ตอนฟังเพลง เราและนาย ของโลโซ ในงานวันปัจฉิมนิเทศน์ เพราะตอนนี้ คงไม่ทีใครเสียน้ำตาให้กับเพลงนี้อีกแล้ว เพราะเนื้อเพลงช่างตรงข้ามกับภาพลักษณ์ของวงสิ้นดี

14.คุณได้ซึมซับอารมณ์ และบรรยากาศของการเข้าฉายครั้งแรก ของสุดยอดหนังตื่นตา ตื่นใจในยุคนั้นอย่าง terminater2 jurassic park speed-เร็วกว่านรก (ภาคหลังอย่าได้พูด)

15.คุณรู้ว่า ช้าไปต๋อย คือคำพูดที่สุดฮิตของโฆษณาชิ้นหนึ่งในยุคของคุณ หาใช่ความหมายที่เด็กเข้าใจว่า ต๋อย ปลาร้า เชื่องช้าแห่งไอทีวีไม่ (มีเสียแล้ว)

16.รองเท้าแตะในตำนานอย่าง scholl (สกอลล์) ก็มาฮิตที่สุดในยุคคุณนี่แหละใส่กันทั่วบ้านทั่วเมือง ( ร้อยละ 70 ของเด็กวัยรุ่นในยุคนั้นโดนขโมยแต๊บมาแล้ว)

17.คุณเกิดมาทัน ได้ดูลิเวอร์พูลยุคล่าอาณานิคมยุค 80 และตกเป็นเมืองขึ้นยุค 90 จนถึงปัจจุบัน

18.ตอนมัธยมสิ่งที่ทำให้คุณบ้าบาสเกตบอลเพราะชิคาโก้บูล ร็อตแมน โอนีล พิพเพน จอร์แดน และการ์ตูนแสลมดังค์ ไม่ได้บ้าเพราะอยากโชว์สาว

*อยากให้เพิ่มตรงไหแก้ไขตรงไหนเมนต์บอกกันได้เด้อ...หรือว่าอยากนำไปทำเวอร์ชั่นของท่านเองก็มะว่ากันเมนต์บอกละกันว่าที่ไหนจะตามไปเชียร์

2007/Jul/29

ใครยังไม่เคยแต่งงานยกมือขึ้น...
ก่อนแต่งงาน

ชาย: ใช่เลย! ในที่สุดก็ถึงเวลาซักที ผมรอไม่ไหวแล้ว
หญิง: เธอคิดจะเลิกกับฉันไหม ?
ชาย: ไม่แน่นอน อย่าแม้แต่เพียงแค่คิด
หญิง: เธอยังรักฉันอยู่หรือเปล่า ?
ชาย: แน่นอน!
หญิง: เธอเคยคิดจะเอาเปรียบฉันบ้างหรือเปล่า ?
ชาย: ไม่หรอก! ทำไมเธอถามอย่างนี้ละ
หญิง: เธอจะจูบฉันไหม ?
ชาย: ได้ซิ!
หญิง: เธอจะทำร้ายฉันไหม ?
ชาย: ไม่มีทาง! ฉันไม่ใช่คนแบบนั้น
หญิง: ฉันจะไว้ใจคุณได้ไหม ?

*ปัจจุบัน หลังจากแต่งงาน คุณแค่อ่านจากบรรทัดล่างสุด ขึ้นด้านบน.

จาก : http://doosiam.com

2007/Jul/29

วันเข้าพรรษา คือ วันที่พระสงฆ์อธิษฐานว่าจะพักประจำอยู่ ณ แห่งใดแห่งหนึ่ง ตลอดระยะเวลาที่ฤดูฝนมีกำหนด 3 เดือนตามพระวินัยบัญญัติ โดยไม่ไปค้างแรมที่อื่น โดยทั่วเรียกกันว่า จำพรรษา


วันเข้าพรรษา กำหนดเป็น 2 ระยะ คือ ปุริมพรรษา และปัจฉิมพรรษา

  1. ปุริมพรรษา คือ วันเข้าพรรษาต้น ตรงกับวันแรม 1 คํ่า เดือน 8 ของทุกปี หรือราวเดือนกรกฎาคม (หากเป็นปีอธิกมาส ก็จะเลื่อนไปเป็น วันแรม 1 คํ่าเดือน 8 หลัง) และออกพรรษาในวันขึ้น 15 คํ่าเดือน 11 ราวเดือนตุลาคม
  2. ปัจฉิมพรรษาคือ วันเข้าพรรษาหลัง ตรงกับวันแรม 1 คํ่า เดือน 9 หลัง หรือราวเดือนสิงหาคม และจะออกพรรษาในวันขึ้น 15 คํ่า เดือน 12 ราวเดือนพฤศจิกายน (ในปัจจุบันไม่มีการเข้าพรรษาแบบนี้แล้ว เพราะจะไม่ได้รับกฐิน เนื่องจากวันปวารณาออกพรรษาเป็นวันสุดท้ายในการทอดกฐิน) ความหมายของวันเข้าพรรษาคือ เป็นวันที่พระภิกษุสงฆ์อธิษฐานว่า จะพักประจำอยู่ ณ ที่แห่งใดแห่งหนึ่ง ตลอดระยะเวลาฤดูฝนมีกำหนด 3 เดือน ตามพระวินัยบัญญัติ โดยไม่ไปค้างแรมในที่อื่น

ประวัติความเป็นมา

ประวัติความเป็นมาของวันเข้าพรรษาในสมัยพุทธกาล พระพุทธเจ้าไม่ได้ทรงบัญญัติพระวินัยให้พระสงฆ์สาวกอยู่ประจำพรรษา เหล่าภิกษุสงฆ์จึงต่างพากันออกเดินทางเผยแผ่พระพุทธศาสนาในที่ต่างๆ โดยไม่ย่อท้อทั้งในฤดูหนาว ฤดูร้อน และฤดูฝน ต่อมาชาวบ้านได้พากันติเตียนว่า พวกสมณะไม่ยอมหยุดพักสัญจรแม้ในฤดูฝนในขณะที่นักบวชในศาสนาอื่น พากันหยุดเดินทางในช่วงฤดูฝน การที่พระภิกษุสงฆ์จาริกไปในที่ต่างๆ แม้ในฤดูฝน อาจเหยียบยำข้าวกล้าของชาวบ้านได้รับความเสียหาย หรืออาจไปเหยียบยำโดนสัตว์เล็กสัตว์น้อยที่ออกหาจินจนถึงแก่ความตาย เมื่อพระพุทธเจ้าทราบเรื่อง จึงได้วางระเบียบให้ภิกษุประจำอยูที่วัดเป็นเวลา 3 เดือน พระสงฆ์ที่เข้าจำนำพรรษาแล้วจะไปค้างแรมที่อื่นไม่ได้ แต่หากมีกรณีจำเป็น 4 ประการต่อไปนี้ ภิกษุผู้อยู่พรรษาสามารถไปค้างที่อื่นได้ โดยไม่ถือว่าเป็นการขาดพรรษา แต่ต้องกลับมาภายในคระยะเวลา 7 วัน คือ

  1. ไปรักษาพยาบาลพระภิกษุ หรือบิดามารดาที่เจ็บป่วย
  2. ไประงับไม่ให้พระภิกษุสึก
  3. ไปเพื่อกิจธุระของคณะสงฆ์ เช่น ไปหาอุปกรณ์มาซ่อมแซมวัด ซึ่งชำรุดในพรรษานั้น
  4. ทายกนิมนต์ไปฉลองศรัทธาในการบำเพ็ญกุศลของเขา

ในการอธิษฐานเข้าพรรษา ณ วัดหรือที่ใดที่หนึ่ง หากมีเหตุจำเป็น 5 ประการต่อไปนี้ ภิกษุไม่ต้องอาบัติ แม้จะไปอยู่ที่อื่น ได้แก่

  1. ถูกสัตว์ร้ายรบกวน ถูกโจรปล้น วิหารถูกไฟไหม้ หรือถูกนํ้าท่วม
  2. ชาวบ้านถูกโจรปล้น อพยพหนีไป อนุญาตให้ไปกับเขาได้ หรือชาวบ้านแตกเป็น 2 ฝ่ายให้ไปกับฝ่ายที่มีศรัธาเลื่อมใส
  3. ขาดแคลนอาหาร หรือยารักษาโรค
  4. มีผู้เอาทรัพย์มาล่อ พระพุทธองค์ทรงอนุญาตให้หนีไปเสียให้พ้น
  5. ภิกษุสงฆ์แตกกัน หรือมีผู้พยายามทำให้ภิกษุสงฆ์ในวัดแตกกัน ให้ไปเพื่อหาทางระงับได้

จาก : http://www.buddhayan.com


edit @ 2007/07/29 09:31:27
edit @ 2007/07/29 09:40:38